นักมวยไทย

นักมวยไทย

มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ต้องบอกเลยว่า เป็นศิลปะการป้องกันตัวของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ และต้องบอกเลยว่าในประเทศไทยนั้น มีประวัติที่ยาวนานมากๆเกี่ยวกับมวยไทย ซึ่งเมื่อก่อนเราได้ใช้ศิลปะการต่อสู้มวยไทยนั้นใช้ในศึกสงคราม และที่สำคัญมันเป็นการต่อสู้ที่มีความโดดเด่น โดยไม่ใช้อาวุธไม่ว่าจะเป็นมีดปืนหรือดาบก็ตามแต่กลับใช้การต่อสู้ระยะประชิดโดยใช้ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหมัดเท้าเข่าศอกซึ่งต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันก็มี นักมวยไทย ที่มีชื่อเสียง และมีฝีมือมากมายแต่ต้องบอกเลยว่าแต่ละคนนั้นก็ต้องมีการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีกว่าจะฉายแววที่โดดเด่นได้ขนาดนี้ และต้องบอกเลยว่าสำหรับบางคนนั้นสามารถประสบความสำเร็จนักมวยอาชีพเลยก็ว่าได้ หรือสำหรับบางคนก็เป็นแชมป์โลกเลยก็มี แล้วเดี๋ยววันนี้เราจะพาทุกท่านมาดูกับทำเนียบนักมวยที่ต้องบอกเลยว่า แต่ละคนฝีมือจัดจ้านและฝีมือเป็นของจริงอย่างแน่นอนเดี๋ยวเราจะพาทุกท่านมาดูกันเลย

ทำเนียบ นักมวยไทย ในตำนาน

สามารถ พยัคฆ์อรุณ

อีกหนึ่งตำนานที่ต้องบอกไว้เลยว่าเป็นคนที่มีฝีมือดีมากๆ ซึ่งเขาได้รับฉายาว่าเพชฌฆาตหน้าหยก และต้องบอกเลยว่าไม่มีใครสามารถชกได้เหมือนเขาอีกแล้ว ซึ่งเขามีภูมิลำเนาเกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และเขาชกมวยมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ ซึ่งเขาก็มาชกครั้งแรกที่จังหวัดชลบุรีแล้วก็ได้ยกไปเรื่อยๆ ก็เข้าไปชกในกรุงเทพฯที่สนามลุมพินี แต่ต้องบอกไว้เลยว่าเขาได้ฉายแววและเขาได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเลยทีเดียวในการชกมวย และที่สำคัญเขาสามารถเป็นแชมป์ลุมพินีได้ถึง 4 รุ่นด้วยกัน ซึ่งต้องบอกไว้เลยว่าไม่มีฝีมือทำไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะแต่ละคนก็ย่อมมีฝีมือที่ใช่ย่อยเช่นเดียวกันแต่เขานั้นก็สามารถที่จะเอาชนะมาได้ แล้วเขาก็ได้มาชกมวยอาชีพชิงแชมป์แล้วเขาก็เป็นแชมป์โลกคนที่ 10 ของไทย ซึ่งต้องบอกเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอนถ้าพูดถึงคนที่ชอบมวยไทย

ดีเซลน้อย ช. ธนะสุกาญจน์

อีกหนึ่งคนที่ต้องบอกเลยว่าตำนานต้องจารึก ซึ่งเขามีชื่อจริงว่า ชรินทร์ สอนดี เป็นคนอยุธยาโดยเขานั้นได้รับฉายาว่า ขุนเข่าทลายฟ้า เพราะด้วยรูปร่างของเขาที่มีความสูงดังนั้นอาวุธที่เขาถนัดใช้ และอวัยล้มคู่ต่อสู้นั่นก็คือเก่าแล้วก็ได้เป็นนักมวยตั้งแต่อายุ 12 มีการฝึกซ้อมมาโดยตลอดแล้วก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชกแถบตะวันออกจนมีชื่อเสียง และเขาก็ได้เดินทางเข้าสู่เวทีราชดำเนินแล้วเขาสามารถฉายแววในรุ่นมวยไทยไลท์เวทีลุมพินี ซึ่งเขาได้เอาชนะแชมป์ที่ต้องบอกเลยว่าเขาเป็นแชมป์อยู่ 3 ปีและเสียแชมป์ ดังนั้นต้องบอกไว้เลยว่าดีเซลน้อยมีฝีมือ และเขาก็ยังเคยชกมวยสากลอาชีพมาด้วยแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ แต่สำหรับมวยไทยนั้นต้องบอกเลยว่าเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และที่สำคัญเขาเคยชนะสามารถพยัคฆ์อรุณได้แล้วก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หาคู่ชกได้ยาก

อภิเดช ศิษย์หิรัญ

เจ้าของฉายาจอมเตะแห่งบางนกแขวกที่ได้รับฉายานี้ก็ เพราะเขานั้นเป็นนักมวยที่เชี่ยวชาญการใช้ขา และต้องบอกไว้เลยว่าพลังของขาเขานั้นหนักหน่วงและรุนแรงมากๆ สำหรับการเตะเขาเป็นคนที่เรียนหนังสือไม่ค่อยมีฝีมือนะ แต่ต้องบอกเลยว่าความสามารถทางกีฬาของเขานั้นมีหลายอย่างมากๆ และครั้งแรกที่เขาได้ขึ้นชกมวยนั้นก็คือที่อำเภอดำเนินสะดวก และในการชกไฟท์ครั้งแรกเขาก็ได้รับชัยชนะแล้วหลังจากนั้นเขาก็มีการขึ้นชกอยู่เรื่อยๆ จนเขาได้มาชกอยู่ที่กรุงเทพฯและเขาก็ได้ฉายาว่า อภิเดช ลูกพรชัย แล้วเขาก็ได้ไปอยู่กับอีกค่าย และเปลี่ยนชื่อมวยเป็น อภิเดชศิษย์ อรัญ ซึ่งเขานั้นเป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นตำนานเพราะว่าเขาเป็นคนที่ครองแชมป์มวยไทยรุ่นเวลเตอร์เวทที่ลุมพินี และเวทีราชดำเนินซึ่งต้องบอกไว้เลยว่าเขานั้นได้รับการยกย่องให้เป็นยอดนักมวย

แสนชัย ส. คิงสตาร์

อีกหนึ่งนักชกแสนชัยพีเคแสนชัยมวยไทยยิม ซึ่งชื่อจริงของเขานั้นก็คือ ศุภชัย แสนพงษ์ เป็นคนจังหวัดมหาสารคาม โดยฉายาของเขานั้นคือยอดมวยสารคามและต้องบอกเลยว่าฝีไม้ลายมือของเขานั้นใช่ย่อยเลยทีเดียว เพราะเขาได้ชกทั้งมวยไทยและมวยสากลซึ่งในปัจจุบันเขา ไม่ได้เป็นนักมวยแล้วแต่เขาเป็นนักฟุตบอลให้กับสโมสรเมืองทองหนองจอกยูไนเต็ด แต่ก็เป็นอยู่ได้ไม่นานและเขานั้นก็ได้กลับขึ้นมาบนสังเวียนใหม่อีกครั้ง และต้องบอกเลยว่าเขาก็มีฝีมือเพราะขนาดต่อน้ำหนักให้กับคู่ต่อสู้ แล้วเขาก็ยังสามารถคว้าชัยชนะได้แล้วก็เป็นแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวทเวทีลุมพินีด้วย ต้องบอกเลยว่าฝีไม้ลายมือสุดยอดและสำหรับคนที่ชอบมวยไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน

วังจั่นน้อย ส. พลังชัย

ชื่อจริง อาภาภรณ์ โสภาพ เป็นคนลพบุรี เจ้าของฉายาไอ้หนุ่มชีวาส และไอ้หมัด 33 วิ ฉายาก็บอกได้เลยว่าจะต้องมีฝีมือหนักแน่ๆเพราะว่าเขาสามารถชนะน็อกได้ด้วยเวลาเพียง 33 วินาทีเท่านั้นตั้งแต่เริ่มชกและเขาก็ได้ชกมวยมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบซึ่งเขาก็ตะเวนชกตามแถวบ้านมาก่อนจนเขามีชื่อเสียงแล้วก็ได้มาอยู่ในกรุงเทพฯมีสังกัดเป็นของตัวเองรวมถึงมีโปรโมทเต้ยมวยชื่อเสียงที่สำคัญต้องบอกไว้เลยว่าเขาได้มีการฝึกซ้อมอย่างหนักจนสามารถครองแชมป์รุ่นมวยไทยรุ่นไลท์ฟลายเวทได้ของลุมพินีและยังไม่หยุดแค่นั้นเขาก็ยังขยับขึ้นมารุ่นที่สูงกว่ารุ่นที่ได้แชมป์แล้วและที่สำคัญคือเขาเป็นครองแชมป์รุ่นจูเนียร์เฟเธอร์เวทของสนามมวยลุมพินีมากถึง 5 สมัยและในตอนหลังมาเขาก็ได้ใช้ชื่อในวงการมวยว่า วังจั่นน้อย .ส. ศิรดา

สมรักษ์ คำสิงห์

หลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับ  สมรักษ์ คำสิงห์ เจ้าของฉายาไม่ได้โม้ แล้วต้องบอกเลยว่าชื่อในวงการมวยไทยที่เขาใช้นั้นก็คือ พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ ดั้งเดิมแล้วเขาเป็นชาวขอนแก่นเขาได้ประสบความสำเร็จทางด้านมวยเป็นอย่างมาก และหลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะเขาก็เป็นอีกหนึ่งคนที่สร้างตำนานมวยไทยแล้วขึ้นชกในเวทีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นราชดำเนินและด้วยที่เขามีฝีไม้ลายมือที่น่าสนใจ เพราะเขาเป็นนักมวยที่ชกด้วยสมองจึงเป็นการชกมวยด้วยฝีมือ ซึ่งเขาจะเรียกว่าเป็นมวยที่จังหวะดีมีลีลาแพรวพราว และต้องบอกเลยว่าครบเครื่องแล้วเขาก็สร้างชื่อในปี 2538 พ่อเขานั้นได้ลงเอเชียนเกมส์ และได้เหรียญทองและเขาก็สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองโอลิมปิกในปี 2539 ให้กับประเทศไทยและในปัจจุบันก็มีงานในวงการบันเทิงให้เราได้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง